NEM คือสกุลเงินอะไรกันแน่? กลไกและลักษณะเด่น

NEM คือสกุลเงินอะไรกันแน่? กลไกและลักษณะเด่น

New Economy Movement

หลักๆ NEM เป็นชื่อของโครงการที่มุ่งเป้าไปที่การมุ่งสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ที่ไม่ผูกพันกับสถาบันต่างๆ เช่น รัฐบาลกลางหรือรัฐบาลท้องถิ่นเป็นต้น NEM (Nem) เป็นโครงการที่เกิดขึ้นภายใต้เป้าหมายในการแก้ปัญหาเหล่านี้และสร้างเขตเศรษฐกิจเสรี สกุล NEM ได้รับการพัฒนาโดยทีมที่เรียกว่า Utopianfuture และประกาศสาธารณะในปี 2015 เนื่องจากหนึ่งในสมาชิกของทีมโครงการนี้เป็นชาวญี่ปุ่น ทำให้ NEM กลายเป็นที่รู้จักในประเทศญี่ปุ่นและดึงดูดความสนใจ!

สกุลเงินของ NEM ใช้เป็น XEM เรียกว่าเซ็ม ถูกจัดอันดับอยู่ในตลาดทุนเป็นอันดับที่ 20

มีการออกหุ้นจำนวนรวม 8,999,999,999 หุ้นและจำหน่ายให้กับนักลงทุนจำนวน 1,600 ราย ด้วยเหตุนี้เหรียญจะไม่ถูกใส่เพิ่มมากขึ้น เหรียญจะไม่ได้ใช้เป็นค่าธรรมเนียมของการทำธุรกรรม แต่ใช้จ่ายเป็นรางวัลสำหรับการทำธุรกรรม ดังนั้น NEM จึงไม่มีการขุดทำเหมืองเช่นเดียวกับ Bitcoin

NEM.io Foundation คืออะไร?

จากเหตุการณ์การรั่วไหลของ NEM ในเดือนมกราคม ทำให้มีผู้คนจำนวนมากที่ให้ความสำคัญกับมูลนิธินี้

ในปีพ. ศ. 2560 มูลนิธิ NEM.io จึงถูกจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นมา ณ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อที่จะเป็นองค์กรแม่ในระดับนานาชาติ มูลนิธิ NEM มีบทบาทในหลายๆด้าน เพื่อส่งเสริมการใช้อย่างแพร่หลายของ NEM และการให้ความรู้ความเข้าใจ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาและการจัดการ blockchain อีกด้วย นอกจากนี้นายTakao Asayama CEO ของ Tech Bureau ได้เข้ารับตำแหน่งเป็นสมาชิกกรรมการของ NEM.io Foundation

ผู้ที่ออกมาเปิดเผยเหตุการณ์รั่วไหลของ NEM ใน Coincheck ก็คือนาย Long won ประธานมูลนิธิ NEM เอง หลังจากนั้นมูลนิธิ NEM ก็ทุ่มเทความพยายามในการติดตามแฮกเกอร์เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

POI ของ NEM คืออะไร?

คุณลักษณะเด่นที่สำคัญที่สุดของ NEM คือการนำเสนอหลักฐานสำคัญ หรือ Proof of Importance (`・ω・´)

ชุดคำสั่งทั้งหมดแบ่งเป็น 1. Proof of Work 2. Proof of Stake และ 3. Proof of Importance ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นอัลกอริทึมหรือขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับวิธีการเลือกผู้อนุมัติสำหรับแต่ละบล็อคในการสร้าง blockchains

ในบรรดาขั้นตอนเหล่านี้ Proof of Importance ของ NEM ได้รับความสนใจในด้านนวัตกรรมเป็นอย่างมาก ดังนั้นเราจะมาลองดูเนื้อหาของแต่ละตัวไปพร้อมๆกันค่ะ ( ◞・౪・)◞

Proof of Work

ถูกใช้ในสุกลเหรียญของ Bitcoin และ Ethereum เพื่อที่จะ “หารายได้” แต่สกุลเหรียญเหล่านี้ จำเป็นที่จะต้องใช้คอมพิวเตอร์ระดับสูงในการขุดเหมือง ยิ่งมีพลังในการประมวลผลมากเท่าใดก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะได้รับเหรียญเท่านั้น Proof of Work จึงเป็นกลไกที่ต้องใช้เงิน เวลาและความพยายามในการสร้างบล็อคขึ้นมา

การโจมตี blockchain ยังต้องใช้พลังงานคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมาก จึงไม่ค่อยสะดวกที่จะโจมตีได้ง่าย ทำให้ลดแรงจูงใจในการโจมตีของอาชญากรได้

อย่างไรก็ตามปัจจุบันยิ่งเทคโนโลยีก้าวหน้า เม็ดเงินส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับเครื่องคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง เพื่อทุ่มเทให้กับการขุดเหมืองและพลังงานไฟฟ้าถูกบริโภคไปในระดับมาก ทำให้การเข้ามามีบทบาทของประชาชนทั่วไปค่อนข้างมีอุปสรรคสูง

ปัจจุบันนักขุดส่วนใหญ่แทบจะทั้งหมดครอบครองโดยชาวจีน เพราะฉะนั้นคนร่ำรวยเพียงเท่านั้น ที่มีสิทธิจะรวยขึ้นโดยการขุดเหมือง ผลตอบแทบที่ได้รับจึงถือว่าค่อนข้างลำเอียง จากสถิติของการเปิดตัวเหรียญ Bitcoin ในปีพ. ศ. 2552 ผู้ถือครองเหรียญอันดับหนึ่งจำนวน1% ณ ปัจจุบันนั้น นับเป็น 80% ของเหรียญ Bitcoin ทั้งหมด

Proof of Stake

Proof of Stake ถูกสร้างขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่เกิดจาก Proof of Work แทนที่การขุดเหมืองแบบดั้งเดิม ด้วยวิธีการเป็นเจ้าของเหรียญไม่ใช่ความซับซ้อนในการคำนวณเป็นตัวบ่งชี้

เนื่องจากเป็นการทำงานแบบรุ่นเก่าใช้กลไกที่ว่ายิ่งมีเหรียญมาก ยิ่งได้รับผลตอบแทนและสามารถระงับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ แต่กล่าวได้ว่ามีปัญหาหนักที่เรียกว่า “51% problem” ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในปัญหาของ Proof of Work เช่นกัน 51% problem เป็นปัญหาที่เกิดจาก 51% ของความเร็วของเครือข่ายทั้งหมดถูกแบ่งไปใช้ในการทำเหมืองโดยบุคคลหรือกลุ่มผู้ไม่หวังดี ซึ่งเป็นปัญหาที่นำไปสู่การทำธุรกรรมผิดกฎหมาย (การทำชำระเงินสองครั้ง) ให้เกิดขึ้นได้

เนื่องจาก Proof of Stake นั้นจะต้องมีเหรียญที่ครอบครองมหาศาล ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการโจมตีก็จะสูงกว่าจำนวนเงินที่คำนวณได้ นอกจากนี้เมื่อมีการโจมตีเหรียญจำนวนมาก มูลค่าของเหรียญตัวมันเองจะลดลงด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่มีแรงจูงใจในการโจมตีมากนัก ด้วย Proof of Stake คาดว่าสามารถลดความเสี่ยงจากการโจมตีได้ถึง 51%

อย่างไรก็ตาม Proof of Stake เองก็เช่นกันที่ ที่ผู้มีเงินทุนเท่านั้นที่จะครอบครองได้ จึงไม่ได้ต่างจาก Proof of Work จำกัดการแจกจ่ายรายได้เฉพาะผู้มีฐานะ 。゚(´つω・`。)゚。

ปัจจุบัน Ethereum ได้รับรองการใช้ Proof of Work และมีแผนที่จะย้ายไปเป็น Proof of Stake ในอนาคต

Proof of Importance

กลไกของ Proof of Importance ที่ NEM ใช้ ไม่ใช่เฉพาะเงินที่มีเท่านั้น แต่เป็นกลไกที่ผู้ที่ใช้งานเครือข่าย NEM จะได้รับรางวัล (XEM) เป็นผลตอบแทน กลไกสร้างการ Havesting แทนการขุดเหมือง เนื่องจากเป็นระบบที่ไม่ต้องใช้กระบวนการคำนวณมหาศาลและไม่ใช้พลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ จึงดึงดูดความสนใจเพราะเป็นระบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาก

ทุกคนที่มีส่วนร่วมในเครือข่าย NEM จะได้รับ XEM วัตถุประสงค์หลักของ Proof of Importance คือการแจกจ่ายความมั่งคั่ง เพิ่มโอกาสความเสมอภาค และการให้อำนาจหรือพลังแก่ “ประชาชนทั่วไป”!

Harvest NEM คืออะไร?

Bitcoin จะเรียกว่าการขุดเหมือง จ่ายเป็นรางวัลในการอนุมัติการทำธุรกรรม แต่ NEM เรียกการ Harvesting (เก็บเกี่ยว) ผู้ใช้ NEM จะต้องจ่ายเงินเพื่ออนุมัติว่าการทำธุรกรรมว่าถูกต้องตามกฎหมาย กลไกของ Harvesting คือการแจกจ่ายค่าตอบแทนเป็น XEM ให้กับผู้ที่เข้าร่วมเครือข่ายของ NEM!

การอนุมัติสามารถทำได้โดยทุกคนที่มีบัญชีมากกว่า 10,000 XEM (Vested Balance) ไม่จำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง มีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลธรรมดา

ในเครือข่าย NEM นี้ จะมีการทำธุรกรรมนาทีละครั้ง ถ้าไม่มีการทำธุรกรรมในหนึ่งนาที ก็จะไม่มีค่านายหน้า ไม่มีการชำระเงิน และไม่สามารถได้รับรางวัลแม้ว่าคุณ Harvesting ส่วนใครจะได้สิทธิเก็บเกี่ยวนั้น เป็นการสุ่มพิจารณาตามความสำคัญ (Proof of Importance) หากพิจารณาว่ามีความสำคัญสูงความน่าจะเป็นของการเก็บเกี่ยวเพิ่มมากขึ้น การพิจารณาเรื่องความสำคัญนั้น พิจารณาจากปริมาณการถือครองของ XEM การมีส่วนร่วมกับ NEM เช่นจำนวนครั้งและปริมาณธุรกรรม (๑•̀ㅁ•́๑)✧︎

การจะทำ Harvesting จะต้องมียอด Balance 10,000 XEM หรือมากกว่า มิเช่นนั้น จะไม่สามารถรับรางวัลตอบแทนได้ นอกจากนี้ยอดดุล Vested Balance (ยอดที่ผ่านมา)ต้องมากกว่า 10,000 XEM ไม่ใช่แค่ยอดดุลที่สูงที่สุดในช่วงเวลานั้นและ Vested Balance จะถูกเพิ่ม 10% ตาม XEM ที่มีครอบครองอยู่ในบัญชีและสามารถเริ่มต้นการ Harvesting ได้หลังจากยอดส่วนนี้สูงกว่า 10,000 XEM ไม่ใช่แค่ยอดดุลของ NEM ที่คุณเป็นเจ้าของ

ยกตัวอย่างเช่น หากมีถือครอง XEM อยู่   20,000XEM

วันที่ 1:0

วันที่ 2:2,000

วันที่ 3 : 3,800

Vested Balance จะถูกใส่เพิ่มขึ้นเช่นนี้ ไปเรื่อยๆจนเกินยอด 10,000 XEM ในวันที่ 8 ซึ่งจะสามารถมีส่วนร่วมในการ Harvesting ได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการสร้างบัญชีจำนวนมาก เพื่อมาทำการ Harvesting ในแต่ละครั้ง จึงต้องกำหนดการใช้จ่ายเงินและเวลาในการทำให้เครือข่ายมีเสถียรภาพ

Harvesting 2 ประเภท

Harvesting ของ NEM มีอยู่ 2วิธี สรุปได้สั้นๆคือ วิธีแรก Local Harvesting เพียงแค่เปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ หรือแม้จะปิดคอมพิวเตอร์ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ด้วยวิธี Delegated Harvesting เป็นการมอบหมายให้เก็บเกี่ยวโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์ตนเองด้วยการใช้ Super Node

Super Node คืออะไร??

Super Node เป็น Node แกนหลักของเครือข่าย NEM

เนื่องจากเป็นการมอบฉันทะในการทำHarvesting ผู้ดำเนินการต้องตรวจสอบและจัดการอย่างละเอียดถี่ถ้วนรวมถึงด้านความปลอดภัย การจะเป็น super node ได้ ต้องบรรลุเงื่อนไขที่เข้มงวด ตัวอย่างเช่น หากมีเงินลงทุน 3,000,000 XEM หรือมากกว่า (ประมาณ 87 ล้านเยน) จะต้องผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ 4 ครั้งต่อวัน

Super Node ของเครือข่าย NEM จะต้องมีประสิทธิภาพการตอบสนอง การรักษาสถานะล่าสุดของBlockchain สามารถใช้งาน Hashingได้ 2000 ครั้ง รักษาความปลอดภัยในการเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่อง เป็นต้น ต้องเป็นระบบที่มีความสมบูรณ์สูง ผู้ดำเนินการใช้งาน supernode มีค่าตอบแทนแพง เพราะ super node เป็นสิ่งสำคัญสำหรับระบบของ NEM

จึงต้องมองหาประสิทธิภาพขั้นสูงเพื่อรักษาการทำงานให้ยั่งยืน (๑•̀o•́๑)۶

ลักษณะเด่นของ NEM

รักษาระดับมูลค่าของเหรียญได้

NEM เริ่มออกหุ้นโดยแจกจ่าย XEM ไป 1500 รายและเนื่องจากไม่มีการออก XEM เพิ่มขึ้น จึงเป็นเรื่องยากที่จะมูลค่าจะลดลง

ในขณะที่ Bitcoin จะได้รับรางวัล 12.5 BTC ที่ออกใหม่เป็นค่าตอบแทนจากการทำเหมืองแร่ การเก็บเกี่ยว (Harvesting) ของNEMนั้น ไม่ใช่ XEM ที่ถูกออกใหม่แต่เนื่องจากผู้ที่ต้องการอนุมัติจะจ่ายเฉพาะ XEM เป็นค่าธรรมเนียมสำหรับผู้อนุมัติ ดังนั้นยอดรวมของ XEM ในตลาดจะถูกกำหนดไว้ที่ 8,999,999,999 XEM

ระบบความปลอดภัยดีเลิศ

NEM มีความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น มีความเป็นไปได้ที่ว่าการขุดเหมืองของ Bitcoin ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันอย่างผิดกฎหมายได้เช่นกัน และมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่เข้าร่วมการขุดเหมืองติดเชื้อไวรัส เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเข้าถึงที่ผิดกฎหมายดังกล่าวเกิดขึ้นใน NEM จึงมีการใช้ชุดคำสั่งอัลกอริธึม EigenTrust ++ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

EigenTrust ++ เป็นระบบที่ประเมิน nodes (คอมพิวเตอร์ที่อนุมัติบล็อค) ตรวจสอบและประเมินผลคุณภาพของ พฤติกรรมก่อนหน้าของ nodes ด้วยกลไกการทำงานเช่นนี้ ทำให้อาชญากรไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้อย่างง่ายดาย

ความสัมพันธ์กับประเทศญี่ปุ่น

NEM เป็นสกุลเงินที่เป็นที่นิยมเนื่องจากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับญี่ปุ่น เพราะหนึ่งในนักพัฒนาซอฟต์แวร์ของ NEM เป็นชาวญี่ปุ่น จึงเป็นที่รู้จักแพร่หลาย นอกจากนี้ Zaif Exchange ก็ได้รับการพัฒนาจัดการโดย “Tech Bureau” ซึ่งใช้เทคโนโลยีล่าสุดของ NEM ในการสร้าง blockchain ส่วนตัว “mijin”

Function การทำงาน 3 อย่างของ NEM

NEM Apostille (Function Authentication)

Apostille เป็นบริการที่สามารถใช้สำหรับการรับรองเอกสาร สามารถใช้ออกใบรับรองบน Blockchain ตรวจสอบการลงทะเบียน การถือกรรมสิทธิ์และพิสูจน์ให้โลกเห็นได้ โปรแกรมการใช้งานมีหลากหลายและสามารถใช้งานได้ดังต่อไปนี้
(มีลักษณะคล้ายกับ Smart Contract ของ Ethereum)

ตัวอย่างเช่น เอกสารสัญญาสำคัญหรือเอกสารทางการ เช่น เอกสารการลงทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการใช้ Blockchain สามารถป้องกันการแฮ็กและการปลอมแปลง รวมถึงช่วยปรับปรุงเวลาและการจัดการข้อมูลในการรวบรวมเอกสารได้ดีขึ้นมาก

แม้ว่าจะเป็นการรับรอง หรือ Authentication ที่อิงกับกระดาษตอนนี้ หากใช้ NEM Apostille จะสามารถทิ้งร่องรอยบันทึกข้อตกลงบนบล็อกได้อย่างง่ายดาย

NEM Space・Mosaic

NEM มีหน้าที่ในการออกโทเค็นของตนเองเรียกว่า Mosaic (โมเสค) และสิ่งที่จำเป็นในการออกโมเสคนี้เรียกว่า NEM Space (เนมสเปซ) กล่าวคือเนมสเปซเป็นเหมือนโดเมนที่สามารถสร้างขึ้นบนเครือข่าย NEM และโทเค็นที่ใช้บนโดเมนนี้คือโมเสค (•ө•)
สำหรับ NEM          NEM space = NEM (Network)               Mosaic = XEM (โทเค็นที่ใช้ในเครือข่าย)
บุคคลทั่วไปหรือบริษัทที่ใช้เครือข่าย NEM หลังจากที่ได้ NEM Space แล้ว จะสามารถออกโมเสคของตนเองได้

Multi-signature (multisig)

NEM มีกลไกที่เรียกว่า multi-sig ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการจัดการกระเป๋าสตางค์ได้หลายรายการ

สามารถทำธุรกรรมการเบิกถอนบัญชีหนึ่งด้วยผู้ทำธุรกรรมหลายคนได้ แต่การเบิกถอนจากบัญชีจะต้องมีลายเซ็นของผู้จัดการบัญชีหลายๆคน ( ✧Д✧) カッ !!

หากไม่สามารถรวบรวมลายเซ็นเพื่อยื่นการถอนเงิน ก็จะไม่ได้รับการยอมรับและไม่สามารถถอนสกุลเงินจาก Wallet ได้เมื่อมีการถอนเงิน การขอรับอนุญาตจะถูกส่งไปยัง account ของผู้ร่วมจัดการบัญชีโดยอัตโนมัติ ดังนั้นกลไก multisig จึงถูกนำมาใช้สำหรับการเพิ่มด้านความปลอดภัยของการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิตอล

เมื่อมีการจัดการกับเงินฝากของลูกค้าโดยใช้ระบบแบบ multi-sig การโอนเงินให้กับลูกค้า จะไม่ได้รับอนุญาตให้ถอนเงินโดยไม่มีใบอนุญาตหลายใบจาก address ของ multi-sig

Buy & Sell NEM on Binance : 

ประเภทของสกุลเงินดิจิทัลカテゴリの最新記事