ครั้งแรกใน ASEAN! POWERLEDGER เริ่มทดสอบการใช้ในประเทศไทย

ครั้งแรกใน ASEAN! POWERLEDGER เริ่มทดสอบการใช้ในประเทศไทย

ครั้งแรกใน ASEAN! POWERLEDGER เริ่มทดสอบการใช้ในประเทศไทย

(Sansiri’s T77 Precinct, powered by BCPG solar PV and Power Ledger. Image: BCPG 提供:https://www.powerledger.io/)

สรุป

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมาได้มีประกาศ ความร่วมมือของโครงการนำร่อง T77 โดย บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย (4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การค้า โรงเรียนนานาชาติ อพาร์ทเมนต์บริการและคลินิกทันตกรรม) กับบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่าจะมีการซื้อขายโซล่าร์เซลล์แสงอาทิตย์มากสุดถึง 581 กิโลวัตต์ผ่านระบบ Blockchain ของ PowerLedger จัดว่าเป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนพลังงานที่ผ่านและบเชื่อมต่อสายส่งกับการไฟฟ้านครหลวงแห่งประเทศไทย

ความกังวลของเจ้าของตึกอาคารในประเทศไทย

นับว่าเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่อย่างมากของประเทศไทย อย่างน้อยที่สุดก็จะสามารถขายพลังงานที่ผลิตได้มากเกินไปจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์ได้ ซึ่งในประเทศไทยนั้นไม่ได้จัดทำระบบจัดเก็บไฟฟ้าดังเช่นประเทศญี่ปุ่นในตอนติดตั้ง ดังนั้นเมื่อผลิตไฟฟ้าได้มากเกินไปก็ไม่สามารถจัดเก็บได้

ในประเทศไทย 1 กิโลวัตต์ = 1000 วัตต์มีราคาต่อหน่วยใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่นประมาณหน่วยละ 12 เยน เช่นเดียวกับราคาเฉลี่ยต่อหน่วยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งจัดว่าค่อนข้างสูงทีเดียว

แม้ว่าภาพลักษณ์ของสินค้าที่ให้กำเนิดไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์นั้น ส่วนใหญ่จะมาจากประเทศจีน แต่แบรนด์ใหญ่ๆอย่าง  Mitsubishi, Hitachi และ Solar Frontier ของประเทศญี่ปุ่นกำลังพัฒนาธุรกิจขยายในประเทศไทยอย่างกว้างขวาง อีกทั้งรับประกันสินค้ายาวนาน 20 ถึง 25 ปี โดยแต่ละแบรนด์ส่วนใหญ่นั้น รับประกันความสามารถในการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 90% ภายใน 10 ปีแรกและเมื่อคำนวณค่าความเสื่อมของสินค้าแล้ว จะรักษาความสามารถในการผลิตรอบปีที่ 15 ~ ปีที่ 20 ที่  80%

แม้เทคโนโลยีจะใหม่หรือสินค้าใหม่ แถมรับประกัน 20 ปีก็ตาม แต่เจ้าของอาคารคนไทยจะสามารถใช้งานได้ถึง20 ปีหรือไม่? หากนกพิราบเข้าไปติดในแพงโซลาร์ระหว่างการผลิตไฟฟ้า ทำให้ระบบหยุดการทำงาน? ค่าชดเชยระยะเวลาที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้นั้น จะตกอยู่ที่ผู้ใด? จึงนับว่าความเสี่ยงในการเป็นผู้เล่นในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ค่อนข้างสูง

สิ่งสำคัญคือระยะเวลาของการกู้เงินลงทุนคืน

ดังที่กล่าวข้างต้น สิ่งที่คนไทยปัจจุบันกังวลมากที่สุดคือ การหมุนเงินลงทุนคืนกลับมา อุตสาหกรรมการสร้างพลังงานแสงอาทิตย์นั้น ไม่ว่าจะลงทุนกี่ตารางเมตรก็ตามต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ~10 ปีขึ้นไปกว่าจะคืนทุน “ตัวเลขที่ได้จากการหักค่าไฟฟ้าที่ลดลงจากพลังงานแสงอาทิตย์จากค่าไฟฟ้าก่อนการติดตั้งเป็นผลกำไรของเจ้าของ” ซึ่งตัวเลขดังกล่าวคำนวณจากการทำงานบนโต๊ะเท่านั้นไม่ใช่การปฏิบัติจริง ดังนั้นผลตอบแทนจากการผลิตไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจริงนั้น มักไม่เป็นไปตามสถิติที่ได้จากผู้ขายเสมอ

แต่นับว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่โครงการนำร่องอย่าง T77 เป็นผู้นำแพลตฟอร์ม P2P นี้จาก Power Ledger มาใช้ เพราะจะทำให้คนไทยก้าวสู่สังคมที่สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานให้กับแหล่งอำนวยความสะดวก บริษัท หรือโรงงานอื่นๆที่พลังงานไม่พอเพียงได้
แม้ว่าจะมีการผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ค่อนข้างมากจนเกินไปอยู่แล้วในประเทศไทย แน่นอนว่ามีนักลงทุนที่ต้องการและพยายามขายพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก และการผลิตพลังงานด้วยแสงอาทิตย์ก็ยังคงได้รับความสนใจเป็นอย่างมากยิ่งปัจจุบันการแข่งขันกันอยู่ที่การเร่งระยะเวลาคืนทุน

อย่างไรก็ตามทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของกฟน.แม้ประเทศไทยพยายามที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่กฟน. ได้คัดค้านธุรกิจที่ขายไฟฟ้าและยังไม่สามารถจำหน่ายได้จนถึงขณะนี้

ซึ่งหากสามารถทำเป็นธุรกิจจริง ก็จะสามารถปั่นพลังงานสร้างไฟฟ้าได้ 365 วัน โดยเฉพาะพื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยบริเวณใกล้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสามารถขายพลังงานเพื่อภาคอุตสาหกรรมได้เช่นกัน

แน่นอนว่าโครงการข้างต้น T77 ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจาก จำกัด (มหาชน) นั้น นอกจากจะเกิดขึ้นจริงในอนาคตแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่า เทคโนโลยี Blockchain นั้น จะก้าวเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยมากขึ้นอย่างแน่นอน


สนใจลงทุน Power Ledger ลองเข้าไปที่หน้าเว็บ “แนะนำวิธีการสมัครและการฝากเงินเข้า Bx.in.th”

 

แนะนำวิธีการสมัครและการฝากเงินเข้า Bx.in.th

เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม Power Ledger ลองเข้าไปที่หน้าเว็บ “Power Ledger คืออะไร?”

 

Power Ledger คืออะไร? สรุปความสนใจ

ข่าวสารカテゴリの最新記事