สกุลเงิน LISK คืออะไร? และความต่างจาก Ethereum

สกุลเงิน LISK คืออะไร? และความต่างจาก Ethereum

สำหรับใครที่กำลังพิจารณาและลังเลที่จะเลือกใช้แพลตฟอร์มของ Lisk ซึ่งมีกลไกการทำงานคล้ายกับ Ethereum ลองมาศึกษาให้ละเอียดดูนะคะ  ─=≡Σ((( つ•̀ω•́)つ

LSK

LISK คือชื่อแอปพลิเคชั่นแพลตฟอร์มแบบกระจายตัว และ LSK คือชื่อสกุลเงินที่ใช้ในแพลตฟอร์ม หากดูอย่างละเอียดจะเห็นความต่างของ LISK และอีเธอร์ ซึ่ง Ethereum คือชื่อแพลตฟอร์มและสกุลเงินที่ใช้คือ อีเธอร์
LISK และอีเธอร์ถูกใช้เป็นค่าคอมมิชชั่นเมื่อมีการใช้งานในแต่ละแพลตฟอร์ม เปรียบเสมือนน้ำมันที่ทำให้ตัวแพลตฟอร์มเคลื่อนไหวทำงานได้ หากไม่มีสกุลเงินนี้ก็ไม่สามารถใช้งานแพลตฟอร์มได้

แอปพลิเคชันแพลตฟอร์มแบบกระจาย (DApps) คืออะไร?

แอปพลิเคชั่นแพลตฟอร์มแบบกระจายที่เรียกภาษาอังกฤษว่า Decentralized Applications หรือเรียกย่อๆว่า DApps
หลายคนอาจจะสงสัยความหมายที่คลุมเคลือของ Decentralized Applications อยู่กล่าวคือ ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีหลักการ Decentralized อยู่เบื้องหลัง หากแปลความหมายตรงตัวของคำว่า Decentralized คือความไม่มีศูนย์กลางหรือตัวกลาง

แพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นแบบรวมศูนย์กลาง หรือ Centralized เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้ต้องเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ของผู้ดูแลระบบเฉพาะเช่น Facebook และ Twitter เป็นต้น แพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นแบบกระจายคือไม่มีผู้ดูแลระบบเฉพาะรายและเป็นกลไกที่ผู้เข้าร่วมทั้งหมดสามารถเข้าใช้เซิร์ฟเวอร์ของกันและกันได้
สรุปความต่างได้คือ แค่มีหรือไม่มีผู้ดูแลระบบเป็นศูนย์หลางของแพลตฟอร์ม (◍•ᴗ•◍)

การบังคับใช้เครือข่ายแบบกระจายและ Smart Contract ช่วยให้คุณสามารถสร้างสร้างแอ็พพลิเคชันต่างๆบนBlockchain ได้โดยไม่ต้องมีผู้ดูแลระบบเฉพาะเช่น Facebook หรือ Twitter และเมื่อไม่นานมานี้ DApps ของ Ethereum ได้สร้างโปรแกรมประยุกต์ที่เรียกว่า Ethaemon ได้ไอเดียมากจาก Pokemonและกำลังเป็นหัวข้อสดๆร้อนๆ

ความต่างของแพลตฟอร์ม LISK และ Ethereum

Chain ที่ใช้ในการอธิบายรหัส Smart Contract ต่างกัน

กรณีของ Ethereum

Ethereum มีเครือข่ายที่มี smart contract code เขียนบน main chain สำหรับบางท่านที่ไม่เข้าใจว่า smart contract ในที่นี้คืออะไร ระบบเครือข่ายของ Ethereum นั้น นอกจากใช้ในการรับและส่งเงินแล้ว ยังมีระบบประมวลผล ซึ่งผู้ใช้งานไม่ว่าใครก็ตามสามารถเขียน code และนำไปฝากบน main chain ของ Ethereum และทุกคนในระบบสามารถเรียกใช้งาน code เหล่านี้ได้ เหล่านักขุดก็สามารถนำcode เหล่านี้มาประมวลผลให้ผู้คนในระบบเรียกใช้งานได้ และกระบวนการดังกล่าวทั้งหมดนี้เรียกว่า smart contract

และเนื่องจาก main chain มีข้อมูลจำนวนมากวางอยู่ จึงมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดปัญหาได้ เช่นเรื่องความยืดหยุ่นในการปรับขนาด ทำให้เกิดความล่าช้าในการโอนเงิน เป็นต้น ในอดีต Ethereum ถูก “THE DAO” แฮ็ก ซึ่งเป็นหนึ่งใน DApps ซึ่งเคยใช้ Blockchain ของ Ethereum ในอดีต แต่เนื่องจาก Ethereum มีการเขียน smart contract code ใน main chain ดังนั้นต่อให้ถูกแฮ็กแล้วครั้งเดียวก็ตาม Block ที่ต่อถัดมาจะต้องเชื่อมต่อกับ Block ที่ถูกแฮ็ก ดังนั้นภายหลังจากการอภิปรายกับชุมชนในกลุ่ม Ethereum ทำให้มีการปิดการใช้งาน main chain ที่ถูกแฮ็กและสร้าง main chain ขึ้นใหม่และเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในฐานะเครือข่ายรุ่นใหม่  ปัจจุบัน main chain ที่ถูกแฮ็กยังคงมีอยู่ในชื่อ Ethereum Classic และเป็นผลให้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน

กรณีของ LISK

รากฐานแอปพลิเคชั่นของ Lisk ใช้ Side chain แทนการเขียน Smart Contract Code บน main chain

ด้วยการเตรียม Side chain สำหรับ DApps แต่ละอันและเขียน Smart Contract Code บนนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับ Side chain จะถูกเขียนและเชื่อมโยงกับ main chain

ประโยชน์ของ Side chains คือการปรับปรุงพัฒนาด้านประสิทธิภาพและความสามารถในการประมวลผล Lisk block chains สามารถสร้าง Side chains ได้อย่างไม่มีขอบเขต ดังนั้นข้อมูลบน main chain จึงมีน้อย แทนที่จะย้ายโปรแกรมทั้งหมดด้วยการใช้ block chains เดียว  แต่จะเร็วขึ้นหากเคลื่อนย้ายแยกกันโดยใช้หลายๆ block chains

หากถูกแฮ็กโดย “THE DAO” เช่นเดียวกับ Ethereum ระบบสามารถถอดเฉพาะส่วนของ Side chain ที่ถูกแฮ็กได้ แม้ว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นในแอปพลิเคชั่นที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มของ Lisk นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกได้อย่างเช่น Ethereum โดยการควบคุม Side chains ของตนเอง

 

ภาษาโปรแกรมที่ใช้สำหรับ Smart Contract Codeแตกต่างกัน!

กรณีของ Ethereum

Ethereum ใช้ภาษาการเขียนโปรแกรมที่ใช้เฉพาะกับ Ethereum ที่เรียกว่า Solidity หากจะเขียนโปรแกรม Smart Contract กับ Ethereum จำเป็นต้องจดจำภาษาโปรแกรมที่เรียกว่า Solidity ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการอบรบพัฒนานักพัฒนาซอฟต์แวร์

 

กรณีของ LISK

Lisk ใช้ภาษา JavaScript เนื่องจาก JavaScript เป็นภาษาโปรแกรมทั่วไป โปรแกรมเมอร์จึงไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาโปรแกรมใหม่ Lisk จึงดูเหมือนจะไม่เป็นปัญหากับนักพัฒนา ⁽⁽٩(๑˃̶͈̀ ᗨ ˂̶͈́)۶⁾⁾

เนื่องจาก Lisk สามารถเขียน Smart Contract Code ใน Side chains ด้วย JavaScript ได้ เมื่อเทียบกับ Ethereum แล้วกระบวนการจะเร็วกว่า ระบบแข็งแรงต่อการแฮ็กและรหัสง่ายต่อการเขียน! จึงดูเหมือนว่าจะชดเชยจุดอ่อนของ Ethereum

เป้าหมายของLISK

  • ใช้ JavaScript เป็นอาวุธ สร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้ทุกคนสามารถใช้แพลตฟอร์ม Lisk ได้

  • เพื่อจุดประสงค์ดังกล่าว จึงมุ่งมั่นพัฒนาซอฟต์แวร์ Software Development Kit (SDK) ซึ่งช่วยให้ใช้แพลตฟอร์ม Lisk ได้ง่าย

  • การพัฒนา Lisk Core 1.0 เป็นผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการ

  • ให้คนทั่วไปสามารถใช้ฟังก์ชันที่สามารถเขียน Smart Contract Code ในแอปพลิเคชันสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย

 

 

สรุป

Lisk เป็นแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นแบบกระจาย (DApps) ที่มีฟังก์ชัน Smart Contract เช่นเดียวกับ Ethereum แต่ปัจจุบันมีบริษัทหรือสมาคมผู้ประกอบการกว่า 150 แห่งที่ใช้งาน Ethereum Platform และจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างรวดเร็ว

ในทางกลับกันบริษัทที่ใช้ DApps ของ Lisk ไม่สามารถหาข้อมูลได้บนหน้าเว็บไซต์และไม่มีคู่ค้าด้านการพัฒนามากมายนัก ทำให้รู้สึกว่าแพลตฟอร์ม Ethereum ก้าวล้ำแซงหน้าไป 100 ก้าวแล้ว

แต่ถ้า Lisk ทำให้ JavaScript เป็นอาวุธ ทำโปรแกรมประยุกต์ที่ทำให้ง่ายต่อการเขียน Smart Contract เก็บ LSK เป็นค่าใช้แพลตฟอร์ม ก็จะเพิ่มความต้องการและมูลค่า LSK! แผนพัฒนา Lisk Core 1.0 ใหม่นั้นเป็นที่น่าจับตามองและเป็นที่คาดหวังว่าเป็นผลิตผลิตภัณฑ์ที่จำทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น

Buy & Sell LSK on Binance:

 

 

ประเภทของสกุลเงินดิจิทัลカテゴリの最新記事