มาลองจำแนกประเภทของเงินดิจิตอลกันเถอะ!!! (ระบบโครงสร้าง Blockchain Project )

มาลองจำแนกประเภทของเงินดิจิตอลกันเถอะ!!! (ระบบโครงสร้าง Blockchain Project )

Blockchain Project Ecosystem

เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน ปัจจุบันคำศัพท์ในแวดวงสกุลเงินดิจิทัลเริ่มเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น เช่น เทคโนโลยีBlockchain สกุลเงินเข้ารหัส (Encryption currency) การขายtoken เป็นต้น แม้แต่เหล่านักลงทุนและบริษัทต่างๆเริ่มให้ความสนใจในเรื่อง ตลาดซื้อขายEncryption currency การสร้างเครือข่ายบล็อกเชนส่วนตัวในเครือบริษัทบางกลุ่ม กระเป๋าตังเก็บเงินดิจิทัล และเริ่มมีกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพด้านบล็อกเชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2012-2017
สกุลเงินหลักๆอย่าง Etheruem จึงได้คิดค้น สมาร์ทคอนแทรค เพื่อให้ปรับใช้ได้กับสภาแวดล้อมที่หลากหลา ทำให้หลายโปรเจคที่มีแนวคิดว่าด้วยการ decentralized ถูกสร้างขึ้นและมีกลไกใช้งานได้จริง เริ่มเป็นที่รู้จักทั่วโลก
ปัจจุบันมีหลายโปรเจคที่เกิดจากผู้บริโภคและผู้พัฒนาที่มีประสบการณ์จริงร่วมกันพัฒนาบล็อกเชนโปรเจคตัวใหม่ขึ้น และเนื่องจากมีโปรเจคจำนวนมากในโลกเงินดิจิทัลและตลาดขยายตัวอย่างรวดเร็วก็กลายเป็นเรื่องยากที่จะดูรายละเอียดโปรเจคใหม่ๆของแต่ละเหรียญและไล่ตามพวกเขาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อาจจะพลาดข้อมูลสำคัญบ้าง เพื่อหลีกเลี่ยงสถานณการณ์แบบนี้ นักวิเคราะพ์ต่างชาติที่น่าติดตามท่านนึงได้นำเสนอการวิเคราะห์อย่างละเอียดและน่าสนใจค่ะ
นี่คือตัวอย่างของแผนภาพความสัมพันธ์ของตลาดเงินดิจิทัล

Currency

มาเริ่มต้นที่เหรียญที่เป็นกลุ่มสกุลเงินก่อน โปรเจคเหรียญที่เข้าข่ายนี้ส่วนใหญ่คือ เป็นการใช้งานเฉพาะ รวมถึงเป็นการปรับปรุงพัฒนาสกุลเงินเดิมที่มีอยู่ให้ดีขึ้น ตัวอย่างกรณีดังกล่าวเช่น เก็บเพื่อรักษามูลค่า สกุลเงินหมุนเวียน ใช้แทนหน่วยในการคำนวณ เหรียญประเภทสกุลเงินอย่าง Bitcoin เป็นโปรเจคเหรียญแรกจึงมีผลกระทบค่อนข้างมากต่อโปรเจคอื่นๆ ซึ่งโปรเจคเหรียญอื่นๆเองก็ใช้ Bitcoin เป็นโปรโตคอลหรือเกณฑ์ระเบียบพื้นฐานและนำไปใช้ในลักษณะเฉพาะของตัวเอง ส่วนพวก
เหรียญที่ไม่มีลักษณะการใช้เฉพาะตัวจะจัดเป็นประเภทรองไม่สามารถนำมาเป็นเกณฑ์รองรับได้ ทั้งนี้เราจะตัดพวกเหรียญ anonymity (ไม่มีลักษณะเฉพาะ) ออกไป เพราะเหรียญบางประเภทที่ไม่สามารถตามรอยได้อย่าง Monero หรือ Zcash กลุ่มuserจะพยายามซ่อนธุรกรรมเพื่อไม่ให้การใช้สกุลเหรียญนี้ขยายวงกว้างจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ดังนั้นพวกเหรียญ anonymity มีความจำเป็นต่อบริษัทที่ไม่ต้องการชี้แจงธุรกรรมหรือต้องการซื้อขายเป็นความลับ
Developer Tool
 
ต่อไป ลองมาดูเหรียญที่เป็นเครื่องมือสำหรับเหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ โปรเจคได้กลุ่มประเภทนี้ค่อนข้างเยอะ หลักๆแล้วจะเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้เพื่อสร้างห่วงโซ่ของ Decentralized Applications เพื่อให้ผู้ใช้สามารถโต้ตอบ
กับโปร โตคอล ได้โดยตรงผ่านแอพพลิเคชัน อินเทอร์เฟซ (สำหรับกรณีการใช้งานอื่นที่ไม่ใช่ทางการเงิน) การออกแบบปัจจุบันจำนวนมากของโปรเจค ณ ปัจจุบันได้รับการพิสูจน์ในทุกระดับ พวกการสร้างฐานตลาดข้อมูลแบบกระจายไม่มีศูนย์กลางจะต้องมีหมวดย่อยเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์จำนวนหนึ่ง เช่น Ethereumสมาร์ทคอนแทรค Truebitสำหรับการคำนวณได้เร็วขึ้น NuCypherสำหรับการเข้ารหัสลับอีกครั้งของพร็อกออกแบบโปรโตคอลเกี่ยวกับการปรับขนาดและการทำงานร่วมกันเป็นส่วนที่ใช้งานของการพัฒนา Web 3 กลุ่มนี้เป็นหมวดหมู่ที่น่าสนใจในด้านการลงทุนและผู้นำทางปัญญา ผู้ใช้ Blockchain ในหลายๆกรณีส่วนใหญ่คาดหวังกลไกการทำงานของระบบที่ไม่ต้องมีผู้ดูแลจัดการเป็นศูนย์กลางของระบบหรือองค์กร (decentralized autonomous organizations อย่างสมบูรณ์แบบ) เช่น ทางเลือกของผู้ใช้ Facebook ให้สามารถสร้างฐานข้อมูลพื้นฐานได้ด้วยตนเอง เพราะเป็นปัจจัยในการปรับและพัฒนาโครงสร้างและขนาดของระบบ ไม่ใช่ทาง Facebook ปรับเปลี่ยนทุกอย่างตามความต้องการขององค์กร ซึ่งโปรเจคเหรียญเหล่านี้ก็มีจุดประสงค์ดังกล่าว แต่ทว่าโปรเจคเหล่านี้ ใช่ว่าจะอยู่ในกลุ่ม winner take it all ทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น 
ซี่ ZeppelinOSเพื่อความปลอดภัย และ Mattereumสำหรับการทำสัญญาทางกฎหมายเพื่อให้มั่นใจว่าได้รับความคุ้มครองในกรณีที่มีข้อพิพาท เป็นต้น เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้ เป็นโปรโตคอลและฐานข้อมูลส่วนกลาง พวกเขาสามารถสื่อสารกับโปรเจคอื่นและผ่านการทำงานร่วมกัน จะด้วยการแชร์ข้อมูลหรือฟังก์ชันต่างๆ จากโปรโตคอลหลายตัวสามารถพัฒนาเป็นแอพพลิเคชันหนึ่งตัวช่วยให้เกิดการใช้งานใหม่ๆได้

 

Fintech

 
ประเภทฟินเทค เป็นกลุ่มที่เข้าใจค่อนข้างง่าย
เมื่อคุณเชื่อมต่อกับโปรโตคอลและแอพพลิเคชันต่างๆหลายตัวพร้อมกัน (เช่นในเครื่องมือของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ตัวอย่างด้านบน) หลายคนอาจใช้ระบบเข้ารหัสแบบดั้งเดิมและทำให้เกิดเศรษฐกิจใหม่ๆ ซึ่งในระบบเศรษฐกิจใดๆ ก็ตามที่มีหลายสกุลเงินจำเป็นต้องใช้เครื่องมือในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินหนึ่งหน่วยเป็นเงินสกุลอีกหนึ่งหน่วย เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้กู้ยืม หรือในการลงทุน ฯลฯ
หมวดหมู่ย่อย Decentralized Exchanges (DEX) ในอนาคตอาจจะถูกจัดอยู่ในหมวดเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ปัจจุบันหลายโปรเจคกำลังเริ่มรวมโปรโตคอล 0x ในโลกที่มีศักยภาพของโทเค็นที่มีจำนวนมากเกินไป การนำไปใช้และการยอมรับอย่างแพร่หลายในการใช้งานของโทเค็นจะเป็นไปได้เมื่อความซับซ้อนของการใช้งานเหล่านี้หมดไปโดยสิ้นเชิงซึ่งเป็นประโยชน์ที่ได้จากการ Decentralized Exchanges พวกกลุ่มหมวดหมู่สินเชื่อและประกันภัยต่างก็ได้รับประโยชน์จากการลดต้นทุนในการรวมความเสี่ยง การเปิดตลาดเหล่านี้และทำให้ผู้คนสามารถจ่ายเงินในสระน้ำขนาดใหญ่หรือด้วยรายได้ที่แตกต่างกัน แม้รายละเอียดค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงของแต่ละผู้ใช้ แต่ค่าใช้จ่ายจะลดลงและทำให้ผู้บริโภครู้สึกได้รับชัยชนะในทางทฤษฎี
เนื่องจากการเชื่อมต่อทำธุรกรรมจะถูกเก็บไว้ใน chain ซึ่งมีความเสถียรภาพและไม่เปลี่ยนแปลง (immutable) ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ในอดีตจะถูกเก็บเป็น history ของตนไม่มีการดัดแปลง

Sovereignty

แม้ทีม Blockstack จะได้เกริ่นไว้แล้ว ในwhitepaperของพวกเขา ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาแอพพลิเคชันเดสก์ท็อป (เรียกใช้ในเครื่อง) ได้กลายเป็นแอปพลิเคชันระบบคลาวด์ที่เก็บข้อมูลผู้ใช้ไว้ในเซิร์ฟเวอร์ระยะไกล บริการแบบรวมข้อมูลเป็นศูนย์กลางเหล่านี้ ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายของเหล่าแฮกเกอร์และมักถูกแฮ็กบ่อยครั้ง
โปรเจคในหมวด Sovereignty นี้เป็นที่น่าจับตามอง เพราะในขณะที่ blockchains ยังคงประสบปัญหาเรื่องความสามารถในการปรับขนาดและการทำงาน ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่ถูกบังคับให้เราต้องพึ่งพาบุคคลที่สามในปัจจุบันนี้ โปรเจคที่ไม่จำเป็นต้องเชื่อถือบุคคลที่สามอย่างเวลาเมื่อต้องจัดการกับข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและสำคัญอย่าง ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น มักจะให้ประสิทธิภาพและผลประโยชน์เกินกว่าที่กำหนด
ดังนั้นในระบบเศรษฐกิจเงินดิจิทัล (cryptoeconomics) ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเชื่อถือในบุคคลหรือองค์กรใด ๆ แต่เป็นทฤษฎีที่ว่ามนุษย์จะทำงานอย่างมีเหตุผลเมื่อได้รับแรงกระตุ้นหรือค่าตอบแทนอย่างถูกต้อง
โปรเจคในหมวดหมู่นี้ จึงมีฟังก์ชันที่จำเป็นสำหรับโลกที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องไว้วางใจในบุคคลหรือองค์กรใดๆ แต่เป็นสิ่งจูงใจของการดำเนินการหรือค่าตอบแทนที่จะได้รับผ่าน cryptography และเศรษฐกิจ

Value Exchange

 
จุดเด่นในการออกแบบเหรียญต้นแบบอย่าง Bitcoin คือความสามารถในการสร้างความเชื่อใจระหว่างผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย แม้ว่าจะไม่มีความสัมพันธ์หรือความเชื่อใจกันนอกระบบ Blockchain จุดสำคัญก็คือสามารถทำให้เชื่อถือได้ ธุรกรรมการซื้อขายจะกระทำโดยหลายฝ่ายและข้อมูลจะถูกแชร์ให้ทราบทั่วกันโดยไม่มีการปลอมแปลง ธุรกรรมในตลาดนั้นเป็นเรื่องปกติที่หากธุรกรรมที่บุคคลดำเนินการเองมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าบริษัทดำเนินการแล้วละก็ การรวมตัวกันจัดการเป็นบริษัทแล้วนั้นย่อมดีกว่า และแนวคิดในลักษณะนี้เริ่มแผ่กระจ่ายในวงกว้าง
แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากผู้คนสามารถจัดระเบียบทำงานเป็น “องค์กรหรือบริษัท ” โดยไม่ต้องมีความเชื่อใจกัน? ด้วยการจัดการของระบบ Blockchain และ Cryptoeconomics สามารถตัดเวลาและความซับซ้อนของการพัฒนาความน่าเชื่อถือออกไป และนำกลุ่มคนที่ไม่มีความสัมพันธ์กันจำนวนมาก มาทำงานร่วมกันโดยมีส่วนร่วมในผลกำไรของการทำงานร่วมกันดังกล่าวโดยไม่มีโครงสร้างแบบลำดับชั้นของบริษัท ทุกวันนี้พ่อค้าคนกลางและผู้หาเช่าเป็นมารร้ายในการรักษายอดสั่งซื้อ รักษาความปลอดภัยและบังคับใช้กฎของตลาด P2P แต่ในหลายๆแง่มุมระบบเศรษฐกิจแบบ cryptoeconomics เหล่านี้สามารถแทนที่ความไว้วางใจดังกล่าวและตัดพ่อค้าคนกลางและค่าธรรมเนียมของพวกเขาออกจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการได้ในราคาที่ต่ำกว่ามาก
โปรเจคในหมวดย่อยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือประเภทสังกมทรัพย์(fungible thing) และอสังกมทรัพย์ (non-fungible thing) ตลาดที่อนุญาตให้ผู้ใช้แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการที่สามารถแลกเปลี่ยนได้เช่น storage การคำนวณ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต bandwidth พลังงาน ฯลฯ เมื่อระบบการเศรษฐกิจของของสกุลเงินดิจิตอลขยายตัว บริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจถูกแทนที่ได้ การเปิดแหล่งที่มาที่มีศักยภาพและการอนุญาตให้ใครก็ตามเข้าร่วมเครือข่ายได้ ทำให้ขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยากหายไปและค่าธรรมเนียมก็จะถูกลงหรือเหลือหายไป ตลาดที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือNon-fungible จะได้รับผลประโยชน์ที่ไม่เหมือนกัน ผู้ให้บริการสามารถได้รับผลกำไรมากขึ้นผ่านทางผลิตภัณฑ์และบริการของตนมากกว่าผลกำไรที่เหลืออยู่หลังจากที่พ่อค้าคนกลางเห็นว่าคุ้มค่าหลังจากที่พวกเขาตัดมูลค่ามันแล้ว

Shared Data

 

Global Distribution System (GDS) ของอุตสาหกรรมการบินเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการศึกษารูปแบบการใช้ข้อมูลร่วมกัน GDS เป็นคลังข้อมูลแบบรวมศูนย์ซึ่งสายการบินทุกสายจะป้อนข้อมูลสินค้าคงคลังของตน (ข้อมูลที่นั่งสำรอง) เพื่อให้สามารถประสานข้อมูลทั้งหมดรวมทั้งบริการจัดหาเส้นทางราคา ซึ่งทำให้ผู้รวบรวมข้อมูลเช่น บริษัทเรือคายัคและบริษัทอื่นๆในพื้นที่สามารถเปลี่ยนบริษัทตัวแทนการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมโดยการสร้างส่วนหน้าของระบบเหล่านี้ที่ให้ผู้ใช้หรือผู้บริโภคสามารถทำธุรกรรมเองได้ โดยปกติตลาดที่น่าสนใจสำหรับโบรกเกอร์ระดับกลางจนถึงปัจจุบัน คืออุปสรรคในการเข้าตลาดโดยตรงแต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้สร้างแรงจูงใจแก่ตัวกลางในการรวมผู้ครอบครองตลาด metadataที่เกี่ยวข้องและรสนิยมความชอบของผู้บริโภค (เช่นเดียวกับกรณีของ GDS)
ด้วยแรงจูงใจทางการเงินจากโปรเจคที่ใช้ blockchain เป็นฐานโปรเจคจะทำให้เห็นตัวเร่งปฏิกิริยาด้านเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดผลกระทบมากที่สุด และจะทำให้เปิดตลาดจำนวนมากเว้นแต่ค่านี้จะไม่เกิดขึ้นกับ aggregator แต่จะเกิดกับบุคคลหรือบริษัทที่ให้ข้อมูล
ในปี 2015 ฮันเตอร์วอล์กเขียนไว้ว่าหนึ่งในโอกาสที่พลาดที่สุดในทศวรรษที่ผ่านมาคือความพลาดของอีเบย์ในการเปิดระบบของพวกเขาให้กับบุคคลที่สามซึ่งจะทำให้อีเบย์เป็นศูนย์กลางของการค้า P2P นักวิเคราะห์บางคนเล็งเห็นว่ามูลค่าที่สูงที่สุดของอีเบย์คือข้อมูลชื่อเสียงที่สร้างขึ้นในช่วงเวลาที่ยาวนาน สามารถบังคับให้ผู้ใช้ล็อกอินและอีเบย์สามารถเก็บธรรมเนียมได้สูงเพื่อแลกกับความอุ่นใจว่าพวกเขาทำธุรกรรมกับตัวกลางที่น่าเชื่อถือ ซึ่งในโปรโตคอล blockchain ข้อมูลที่ใช้ร่วมกันผู้ใช้สามารถใช้ชุดข้อมูลประเภทนี้กับเกี่ยวกับแอ็พพลิเคชันโปรโตคอลข้อมูลที่ใช้ร่วมกันอื่นๆ เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าตลาดของคู่แข่ง เพิ่มการแข่งขันและเป็นผลให้เกิดการก้าวหน้าของนวัตกรรมในท้ายที่สุด
สำหรับโปรโตคอลการใช้ข้อมูลร่วมกัน สามารถอธิบายโดยใช้ตัวอย่างจาก บริษัท Premise Data ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลพัฒนาเครือข่ายที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังมีการใช้งานในบางพื้นที่จากการบริโภคอาหาร / เครื่องดื่มบางจนถึงวัสดุที่ใช้ในภูมิศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจงในกว่า 30 ประเทศ บริษัทเหล่านี้ใช้การเรียนรู้ด้วยเครื่องมือเพื่อดึงข้อมูลเชิงลึกจากนั้น จึงขายชุดข้อมูลเหล่านี้ให้กับลูกค้าหลายๆแวดวง แทนที่จะหาและจ้างคนเพื่อรวบรวมข้อมูล โปรเจคสามารถเริ่มได้ด้วยการให้ทุกคนสามารถรวบรวมและแบ่งปันข้อมูลเพียงแค่ใส่คำอธิบายประกอบ สร้างโมเดลที่แตกต่างกันก็สามารถดึงข้อมูลเชิงลึกออกมาได้ ผู้ที่ให้ความร่วมมือจะได้รับโทเค็น และบริษัทก็ใช้โทเค็นเพื่อซื้อข้อมูลเชิงลึกและเครือข่าย กล่าวคือยิ่งมีการใช้เหรียญมากเท่าไหร่ มูลค่าก็จะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น
ในทางทฤษฎีแล้ว เมื่อตลาดกำหนดอัตราการเผยแพร่ข้อมูลและมีการชดเชยให้ตามระดับของการมีส่วนร่วมของผู้ให้ความร่วมมือ จึงมีหลายคนให้ความร่วมมือและสามารถรวบรวมข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ
“Open Data Platform” เป็นไอเดียเริ่มต้นที่เป็นที่นิยมมาหลายปีแล้วและเป็นแนวคิดที่มีศักยภาพเนื่องจากมีหลายบริษัทที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในโมเดลนี้
ความท้าทายที่หลายคนคาดหวังไว้คือด้านการขายและการพัฒนาธุรกิจ บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่ขายชุดข้อมูลให้กับองค์กรขนาดใหญ่ จึงเป็นที่น่าจับตามองว่า โปรเจคนั้นจะถูกขยายและพัฒนาในอนาคตแบบ decentralized ได้อย่างไร นอกจากนี้ยังมีโอกาสความเป็นไปได้ที่ในอดีตไม่สามารถทำได้ หรือทำกำไรได้ ในฐานะองค์กรเอกชนแบบสแตนด์อโลนที่จะไล่ตามธุรกิจเนื่องจากเศรษฐกิจไม่อำนวยแก่บริษัทเอกชน
 

Authenticity

 

สุดท้ายแล้ว cryptocurrencies เป็นเพียงทรัพย์สินดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะบน blockchain และเหล่าโปรเจคต่างๆ ในหมวดหมู่นี้ก็ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้เพื่อแสดงสินค้าหรือข้อมูลในโลกแห่งความเป็นจริง
ความเสถียร (ไม่เปลี่ยนแปลง) ของ Public blockchain ช่วยให้ผู้ที่เข้าร่วมเครือข่ายสามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่เขียนขึ้นมานั้นเป็นความจริงไม่ได้รับการดัดแปลงหรือเปลี่ยนแปลงใด ๆ และยังคงสามารถเข้าใช้ได้ในอนาคต
ดังนั้นเหตุใดข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน ต้องปิดเป็นความลับ หรือตลาดสินค้าที่มักถูกฉ้อโกงจึงไม่ควรใช้ blockchain เพื่อรับรองความมั่นคงและความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้

 

บทสรุป

โปรเจคต่างๆเหล่านี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน เพื่อให้ผู้อ่านสามารถจดจำสกุลบางเหรียญได้ การแบ่งประเภทจะทำให้สะดวกต่อการเข้าใจและติดตามข้อมูลมากขึ้นนะคะ
Source Credit:

สำหรับมือใหม่カテゴリの最新記事